เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ Oral Leukoplakia and Oral Lichen Planus Clinical Practice Guideline Development ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการวินิจฉัยและการดูแลรักษารอยโรคเสี่ยงมะเร็งช่องปากให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรวิชาชีพ และสมาคมด้านทันตกรรมเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงวรานันท์ บัวจีบ ที่ปรึกษาคณบดี ในฐานะผู้อำนวยการ WHO Collaborating Centre (WHO CC) for Oral Health Education and Research ของคณะฯ ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมชี้แจงวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินงานของการจัดทำ Clinical Practice Guideline ในครั้งนี้
การอบรมประกอบด้วยการบรรยายและการทำงานเชิงปฏิบัติการ โดยได้รับเกียรติจาก ทันตแพทย์อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา บรรยายในหัวข้อ “Tobacco Landscapes in Thailand and Strategic Cessation for OPMDs Management” จากนั้นคณะทำงานและผู้เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วย Emeritus Professor Saman Warnakulasuriya, Department of Oral Medicine and Experimental Oral Pathology, King’s College Dental Institute Director, WHO Collaborating Centre for Oral Cancer and Precancer พร้อมด้วยผู้แทนจากชมรมวิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปากแห่งประเทศไทย ชมรมรอยโรคในช่องปากแห่งประเทศไทย ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ราชวิทยาลัยแห่งประเทศไทยฯ และผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกันอภิปราย ทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์ และพัฒนาโครงร่างแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคลิวโคเพลเคียช่องปากและโรคไลเคนแพลนัสช่องปาก
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของ WHO Collaborating Centre (WHO CC) for Oral Health Education and Research คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการสนับสนุนการพัฒนาหลักฐานเชิงวิชาการ การฝึกอบรม และการส่งเสริมการป้องกันโรคในช่องปาก ตามแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพช่องปากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ค.ศ. 2022–2030
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการวางรากฐานแนวทางเวชปฏิบัติด้านรอยโรคเสี่ยงมะเร็งช่องปากของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการป้องกันมะเร็งช่องปากในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ