INTRANET

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

MU DENT faculty of dentistry

เสียวฟัน

อ.ทพญ. สุธารัตน์ ชัยเฉลิมศักดิ์

โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

อาการเสียวฟัน เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน จากหลายการวิจัยพบว่า ร้อยละ ๘ – ๕๗ ประสบปัญหาการเสียวฟันอย่างน้อยครั้งหนึ่งหรือมากกว่า เสียวฟันเป็นอาการที่ไม่พึงปรารถนาทําให้เกิดความรําคาญจนยิ้มไม่ออก และวันนี้เรามาทําความรู้จักกับอาการเสียวฟันกัน เพื่อจะได้ทราบถึงสาเหตุแนวทางป้องกันและรักษาอย่างถูกวิธี

อาการเสียวฟันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เกิดจากการตอบสนองของเส้นประสาทในฟันที่ไวกว่าปกติต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก อาทิ อาหาร เครื่องดื่มร้อนหรือเย็น รวมไปถึงลม หรือแม้กระทั่งการแปรงฟัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ทําอันตรายต่อเนื้อเยื่อและฟัน โดยปกติฟันของเราจะถูก ปกป้องด้วยเคลือบฟัน (enamel) และเหงือก เมื่อเคลือบฟันของเราสึก แตกออก หรือเหงือกร้นมากขึ้น เนื้อฟัน (dentine) จะถูกเปิดออกให้สัมผัสกับสิ่งกระตุ้นภายนอกสิ่งเหล่านี้ทําให้เกิดอาการเสียวฟันไดัง่าย

 

สาเหตุของอาการเสียวฟัน

อาการเสียวฟันเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หากเกิดในวัยเด็กสาเหตุมาจากฟันผุ ส่วนในกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุนั้น อาการเสียวฟันอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น คอฟันสึก โรคปริทันต์ เหงือกร่น ฟันสึก ฟันร้าว ฟันแตก ฟันผุ ฟันผุซํ้าบริเวณฟันที่ได้รับการอุดแล้ว มีพฤติกรรมชอบรับประทานอาหารรสเปรี้ยว เสียวฟันหลังจากได้รับการอุดฟันมาใหม่ๆ หรือ เสียวฟันหลังจากขูดหินปูนมาใหม่ๆ เป็นต้น

 

การรักษาอาการเสียวฟัน

สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติ คือ ปรึกษาทันตแพทย์ วินิจฉัยว่าอาการเสียวฟันนั้นเกิดจากสาเหตุใดเพื่อที่จะได้รักษาอาการตามสาเหตุนั้นๆ

๑. เสียวฟันเนื่องจากฟันผุ หรือฟันที่ได้รับการอุดแล้ว จะรักษาด้วยการอุดฟันโดยเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับ ตําแหน่งและขนาดของรอยโรคนั้นๆ อาการเสียวฟันก็จะหมดไป เนื่องจากวัสดุอุดฟันนั้นสามารถปิดท่อเล็กๆ ภายในเนื้อ ฟันได้ทั้งหมด ป้องกันมิให้มีการกระตุ้นต่อท่อเล็กๆ ดังกล่าว ถ้าเสียวฟันหลังจากอุดฟันไปใหม่ๆ อาจเกิดจากวัสดุอุดสูงเกินไป หรือเกิดจากความไม่สมบูรณ์ของวัสดุอุดบางจุด หรือเป็นผลข้างเคียงจากวัสดุชนิดนั้นๆ หากอาการไม่ดีขึ้นควรกลับไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการแก้ไข กรณีที่อาการเสียวฟันเกิดหลังจากอุดฟันไปนานสักระยะหนึ่งแล้ว สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฟันผุเพิ่มหรือวัสดุอุดฟันชํารุด ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่ออุดฟันใหม่

๒. เสียวฟันเนื่องจากฟันสึก มักเกิดกับผู้ป่วยที่แปรงฟันแรง นาน ใช่ขนแปรงแข็ง หรือแปรงฟันผิดวิธี หากฟันซี่นั้นๆ สึกมากทันตแพทย์จะทําการอุดฟันซี่นั้น ก็สามารถกําจัดอาการเสียวฟันได้ แต่หากฟันสึกไม่มาก ทันตแพทย์ก็จะใช้ฟลูออไรด์ หรือสารลดอาการเสียวฟันซึ่งมีหลายชนิด เช่น ๐.๔% Stannous Fluoride Gel (Gel-Kam) หรือ duraphat เป็นต้น ทาบริเวณนั้น ร่วมกับปรับพฤติกรรมในการแปรงฟันให้ถูกวิธี

๓. เสียวฟันเนื่องจากโรคปริทันต์และเหงือกร่น หากเป็นโรคปริทันต์ควรรับการตรวจรักษาจากทันตแพทย์ ส่วนอาการเสียว ฟันที่เกิดจากเหงือกร่น ทันตแพทย์จะแก้ไขสาเหตุอาจร่วมกับการใช้ฟลูออไรด์ หรือสารลดอาการเสียวฟันซึ่งมีหลายชนิด เช่น ๐.๔% Stannous Fluoride Gel (Gel-Kam) หรือ duraphat เป็นต้น ทาบริเวณนั้นร่วมกับปรับพฤติกรรมในการแปรงฟันให้ถูกวิธี


๔. เสียวฟันเนื่องจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ฟันร้าว ฟันแตก ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

 

วิธีป้องกันอาการเสียวฟัน

๑. แปรงฟันถูกวิธี ผู้ที่ชอบแปรงฟันแรงๆ และแปรงฟันผิดวิธี มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดอาการเสียวฟันมาก วิธีทําความสะอาดฟันที่มีอาการเสียวฟันอย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้แปรงที่ขนอ่อนนุ่มแปรงรอบๆ และใต้แนวเหงือก ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อระหว่างเหงือกและส่วนบนของซี่ฟัน ไม่ควรแปรงฟันแรงเกินไป และควรทําความสะอาดให้ทั่วทุกซอกฟันโดยการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี

๒. ควรลดการรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือเปรี้ยวจัด เพราะอาจมีผลให้เคลือบฟันค่อยๆ สึกออกจากผิวฟัน ทําให้เนื้อฟันถูกเปิดออก

๓. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก ๖ เดือน