alumni-12-1

ชื่อ-นามสกุล: ทพญ.ปรางทิพย์ วรขจิต ชื่อเล่น: จอย

คติประจำใจ: ทุกปัญหาเกิดมาคู่กับทางออกเสมอ

 

ปัจจุบันทำงานที่: โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ระยะเวลาในการใช้ทุน : 3ปี

อยากให้คุณหมอช่วยเล่าถึงเคสคนไข้ที่ประทับใจสัก 1 เคสค่ะ?

อาจจะเพราะใช้ทุนมาได้ 3ปีแล้ว เคสที่ประทับใจมีหลายเคสมากๆค่ะ แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างซักเคสคงเป็นเคสของคุณยายท่านหนึ่ง ท่านมาด้วยchief complaintคือ ฟันปลอมรัดฟันแน่นและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์(ขออนุญาตใช้ศัพท์ชาวบ้านนะคะ) เคสนี้มีความท้าทายหลายอย่างคือ ผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุ ตอนนั้นคุณยายอายุ87ปีแล้ว คุณยายเป็นแม่ของอดีต สส. มีงานสังคมที่ต้องออกพบปะผู้คนอยู่ตลอด จึงกังวลเรื่องความสวยงามของฟันด้วย สุขภาพร่างกายก็จะมีโรคประจำตัวคือ โรคความดันสูง(ของคุณยายคือสูงมากๆค่ะ ทุกครั้งที่วัดจะได้ 180/90 ประมาณนี้ตลอด) โรคไขมันในเส้นเลือดสูง และเนื่องจากคุณยายตัวค่อนข้างใหญ่และเข่าเริ่มมีปัญหา เลยทำให้การเดินของคุณยายค่อนข้างลำบาก ใช่ค่ะเลยกลายเป็นว่าการรักษาช่องปากคุณยายต้องเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการรักษาโรคประจำตัวที่ยังคุมได้ไม่ดีด้วย เรามาพูดถึงเรื่องสภาพช่องปากของคุณยายคร่าวๆนะคะ เริ่มจากตัวchief complaintของคุณยายเลยนะคะ ปัญหามาจากคุณยายไม่เคยถอดฟันเทียมเลย เนื่องจากเข้าใจผิดมาตลอดว่าฟันเทียมชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องถอด จึงเป็นสาเหตุทำให้ฟันหน้า 6ซี่ ที่เป็นสะพานฟันยาวๆ เกิดสภาวะปริทันต์อักเสบรุนแรง พูดให้เห็นภาพง่ายๆคือ โยกมากหมดทุกซี่เลยค่ะ คุณยายใส่ฟันเทียมชิ้นนี้มาประมาณ 5ปีแล้ว ทำให้บริเวณโดยรอบในช่องปากมีการติดเชื้อรา และสภาวะปริทันต์มีปัญหาโดยทั่วไป เราจึงต้องเริ่มจากการถอดฟันเทียมของคุณยายออกก่อน จึงพบปัญหาต่อมาคือ ฟันเทียมและส่วนของตะขอฟันเทียม เข้าไปงัดอยู่ใต้ความคอดของฟันที่เป็นปริทันต์อักเสบที่เหงือกร่นลงไปมาก ทำให้ฟันเทียมล็อคอยู่บริเวณความคอดของรากฟัน ใช่ค่ะ เลยต้องตัดสินใจผ่าฟันเทียมทิ้งทั้งฟันเทียมบนและล่าง ใจคุณยายเองพอทราบปัญหาแล้วเลยมีความกังวลเกิดขึ้นค่อนข้างมาก และไม่อยากถอนฟัน โดยเฉพาะสะพานฟันหน้าที่สภาพปริทันต์หนักหนาสุด ไม่สามารถเก็บไว้ได้(จากการปรึกษาเคสกับทันตแพทย์เฉพาะทางปริทันต์แล้ว) เราต้องสร้างความรู้ความเข้าใจและวิธีการรักษากับคุณยายใหม่หมดเลยค่ะ เริ่มจากการอธิบายสาเหตุและหนทางการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ แผนการรักษาที่ถูกตามหลักการและถูกกับลักษณะความต้องการของผู้ป่วย จึงได้มาซึ่งแผนการรักษาสุดท้ายซึ่งได้อธิบายถึงข้อดีข้อด้อยของแผนการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ หลังจากรื้อฟันเทียมเก่าทิ้งแล้ว ต้องเน้นๆเลยค่ะว่าต้องรักษาโรคปริทันต์อักเสบก่อน ต้องแปรงฟันและใช้เครื่องมือช่วยอื่นๆจนคล่อง สำหรับเรื่องฟันเทียมใหม่ ทั้งฟันบนและล่างตัดสินใจทำ immediate dentureหรือฟันเทียมที่ใส่ทันทีหลังการถอนฟัน ข้อดีคือผู้ป่วยจะไม่มีช่วงที่ฟันหลอ แต่ข้อเสียคือฟันเทียมมักหลวมได้ง่าย คุณยายเข้าใจค่ะ จึงเริ่มดำเนินการรักษาจนแล้วเสร็จ สอนวิธีการทำความสะอาด การถอดใส่ฟันเทียมอย่างละเอียด ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ แต่ความฟินของเคสนี้อยู่ที่วันนัดมา recheck จากที่คุณยายเป็นคนที่ไม่เคยดูแลสุขภาพทางปริทันต์ ไม่เคยถอดฟันเทียมชิ้นเก่าจนทำให้มีปัญหาตามมามากมาย สามารถดูแลสุขภาพช่องปากตัวเองได้ดีขึ้นมากๆ แผลถอนฟันหายเป็นปกติค่ะ ที่สำคัญคุณยายมีความสุขมากๆกับฟันเทียมชุดใหม่ ยังจำรอยยิ้มของคุณยายในวันนั้นได้ดีมากๆ มันทำให้ภูมิใจในตัวเองอย่างอธิบายเป็นคำพูดคงยากค่ะ คุณยายเคยกล่าวว่า ฟันปลอมชุดนี้คงเป็นชุดสุดท้ายของยาย แล้วตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆแล้วค่ะ

 

สุดท้ายมีอะไรอยากจะฝากบอกท่านผู้อ่านบ้างคะ?

สำหรับหมอแล้ว ความสุขที่ได้จากการทำงานย่อมมาจากรอยยิ้มและความสุขของคนไข้เมื่อหายจากโรคค่ะ ถึงโลกทุกวันนี้จะเปลี่ยนไป มุมมองของวิชาชีพก็เปลี่ยนไป แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันมีบางอย่างในความเป็นหมอที่ไม่เคยเปลี่ยน หากเพียงคนๆนั้นเกิดมาเพื่อเป็นหมอแล้ว ไม่มีอะไรจะสามารถเปลี่ยนอุดมการณ์ของการทำงานได้ แล้วก็อยากฝากถึงน้องๆ หรือท่านผู้อ่านที่อยากให้ลูกหลานมาเข้าร่วมสายวิชาชีพเดียวกัน ต้องระลึกในใจไว้เสมอว่า การเป็นหมอที่ประสบความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ทรัพย์สมบัติเงินทองที่มี หากแต่เป็นความสุขที่เราได้รับทุกวันจากการทำงานของเรา เพราะความสุขของเราจะหาไม่ยากค่ะ ตื่นมาทำงานก็เจอความสุขแล้ว ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหนไกลเลย ดังคำสอนของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือพระราชบิดา ที่พระองค์ท่านเคยตรัสรับสั่งไว้ว่า

 

“อาชีพแพทย์นั้นมีเกียรติ แพทย์ที่ดีจะไม่ร่ำรวย แต่ไม่อดตาย
ถ้าใครอยากร่ำรวยก็ควรเป็นอย่างอื่นไม่ใช่แพทย์
อาชีพแพทย์นั้นจำต้องยึดมั่น ในอุดมคติ เมตตากรุณาคุณ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

clear formPost comment