dds_10
dds_3
dds_6
dds_9
dds_4
dds_1

หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต

Doctor of Dental Surgery Program

 

 

แนะนำหลักสูตร

ปรัชญา ความสำคัญ และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

1.1    ปรัชญา ความสำคัญของหลักสูตร

บัณฑิตทันตแพทยศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรนี้มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

มีการส่งเสริมการเรียนการสอนโดยเน้นการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ (Learning centred educatation) เพื่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน (Outcome-based education) ให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ และสร้างความรู้ใหม่ด้วยตนเอง (Constructivism) รวมทั้งส่งเสริมให้นำศักยภาพที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมได้อย่างเต็มที่

        

1.2   วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

เพื่อผลิตทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ที่มีคุณลักษณะและมีความรู้ ความสามารถ ต่อไปนี้

(1)  มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ (Affective Domain)

(2) มีความรอบรู้ และทักษะในการจัดการดูแลรักษาทางทันตกรรมแบบองค์รวม สามารถส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคช่องปากทั้งระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน (Cognitive / Psychomotor Domains)

(3)  สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ และหลักการของกระบวนการวิจัยมาประยุกต์ใช้ในงานทันตกรรม (Cognitive / Psychomotor Domains)

(4)  สามารถพัฒนาตนเองเชิงวิชาชีพและเชิงปัจเจกบุคคล มีความใฝ่รู้ ปรับตัวให้พร้อมรับกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Affective / Interpersonal / Collaboration Domains)

(5)  สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย (Interpersonal / Communication Domains)

 

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

สำเร็จมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า มีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้

(1)   ตามระเบียบการสอบคัดเลือกเข้าสถาบันอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เช่น ระบบ TCAS ในปัจจุบัน) และ/หรือ

(2)   ตามระเบียบโครงการพิเศษของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) หรือระเบียบ การสอบคัดเลือกที่มหาวิทยาลัยมหิดลหรือคณะทันตแพทยศาสตร์ดำเนินการสอบคัดเลือก

(3)   คุณสมบัติเฉพาะให้เป็นไปตามมติขององค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย  (อ.บ.ท.ท.)

 

      จำนวนหน่วยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร          235     หน่วยกิต

 

โครงสร้างหลักสูตร 

          จัดการศึกษาตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2558 ปรากฏดังนี้

.  หมวดวิชาศึกษาทั่วไป
 
30
หน่วยกิต
·     กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 10 หน่วยกิต
·     กลุ่มวิชาภาษา 12 หน่วยกิต
·     กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 8 หน่วยกิต
.  หมวดวิชาเฉพาะ
199
หน่วยกิต
·     กลุ่มวิชาพื้นฐานวิชาชีพ 51 หน่วยกิต
        – กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์   14  หน่วยกิต
        – กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน  37  หน่วยกิต
·     กลุ่มวิชาชีพ 144 หน่วยกิต
·     กลุ่มวิชาเลือกทางวิชาชีพ 4 หน่วยกิต
.  หมวดวิชาเลือกเสรี
6
หน่วยกิต

 

ค่าธรรมเนียมการศึกษา

ค่าธรรมเนียมการศึกษาของหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป (ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ)

ชั้นปี
ภาคการศึกษาที่ 1
ภาคการศึกษาที่ 2
รวมทั้งปี
1 16,850 บาท 11,900 บาท 28,750 บาท
2 49,500 บาท 48,700 บาท 98,200 บาท
3 48,300 บาท 48,900 บาท 97,200 บาท
4 60,700 บาท 56,900 บาท 117,600 บาท
5 62,700 บาท 56,100 บาท 118,800 บาท
6 60,900 บาท 56,100 บาท 117,000 บาท
รวม
298,950 บาท
278,600 บาท
577,550 บาท

หมายเหตุ   

1) ค่าธรรมเนียมการศึกษาอาจเปลี่ยนแปลงได้เป็นไปตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล

2) ข้อมูลข้างต้นเป็นการประมาณการค่าใช้จ่ายซึ่งยังไม่รวมค่าธรรมเนียม/ค่าหน่วยกิตใน บางรายการ/บางรายวิชา

3) ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรประมาณ 600,000 บาท (หกแสนบาทถ้วน)

การรับเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2563

 

การสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปีการศึกษา 2563 ระบบ TCAS มี 2 รอบ ได้แก่

  • รอบที่ 1 การรับนักศึกษาด้วย Portfolio
  • รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน (Admission 1)

รอบที่ 1 การรับนักศึกษาด้วย Portfolio (จำนวนรับ 3 คน) 

ผู้สมัครกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า ม.6  แผนการศึกษาวิทย์-คณิต โดยผู้สมัครจะต้องจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้

 

1.คุณสมบัติเฉพาะ

1.1  ต้องไม่เป็นผู้รับทุนของโครงการอื่นๆ ที่มีภาระผูกพันการศึกษาหรือปฏิบัติงาน

1.2  ไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันอื่นๆ ของรัฐ เว้นแต่ได้ลาออกก่อนที่จะไปสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต

1.3  เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี

1.4  ต้องมี Portfolio ประกอบไปด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

1.4.1    ประวัติส่วนตัว

1.4.2    กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม หรือ จิตอาสา

1.4.3    เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX)  ≥ 3.50

1.4.4    มีคะแนนเฉลี่ยสาระการเรียนรู้ (GPA) ดังนี้

    • วิทยาศาสตร์ ≥ 3.50
    • คณิตศาสตร์ ≥ 3.50
    • ภาษาอังกฤษ ≥ 3.50
    • ภาษาไทย ≥ 3.00
    • สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ≥ 3.00

1.4.5   มีผลการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันรับสมัครวันสุดท้าย อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(1)  TOEFL (Internet-based) ไม่ต่ำกว่า 80

(2)  IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5

 

1.4.6   เป็นผู้ได้รับรางวัลระดับชาติ และ/หรือ รางวัลระดับนานาชาติ สาขาทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

1.4.7   จดหมายรับรอง จากอาจารย์ประจำชั้น หรืออาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียน (Letter of recommendation) อย่างน้อย 2 ท่าน เขียนแนะนำว่าผู้สมัครมีความเหมาะสมที่จะเป็นทันตแพทย์เพราะอะไร

 

2.คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต

ตามเกณฑ์ขององค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กำหนดดังต่อไปนี้

  1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติงานในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ของรัฐได้ หลังจากจบการศึกษาแล้ว โดยต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิดกับรัฐบาล ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาล และมหาวิทยาลัย
  2. ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังต่อไปนี้

2.1   มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น   โรคจิต (psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) โรคประสาทรุนแรง (severe neurotic disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) ชนิด antisocial personality disorders หรือ borderline personality disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.2   เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพ   ทันตกรรม

2.3   เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเองต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.3.1    โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่าง น้อย 3 ปี โดย มีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)

2.3.2    โรคติดสารเสพติดให้โทษ

2.4   มีความพิการทางร่างกายหรือข้อบกพร่องอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เช่น ตาบอด เป็นใบ้ หรือหูหนวกทั้งสองข้าง ความผิดปกติของการใช้มือในการทำหัตถการ จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการทำงาน หรือภาวะพิการอื่นใด ซึ่งมิได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ ที่คณะกรรมการสอบคัดเลือกเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

2.5   มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 – 2,000 เฮิรตซ์สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.6   มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้ว แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.7   มีภาวะตาบอดสีระดับรุนแรง หรือ ภาวะตาพร่องสีระดับรุนแรง โดยมีผลการตรวจ FRANSWORTH D 15 hue test มีเส้นตัดขวางมากกว่าหรือเท่ากับ 10 เส้น (ตามแนวทางการตรวจตาบอดสีของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.8   โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ทั้งนี้สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคในข้อ 2 เมื่อคณะทันตแพทยศาสตร์พิจารณาตัดสิน ให้ถือว่าผลการพิจารณาเป็นที่สิ้นสุด

 

3.เกณฑ์การตัดสิน

พิจารณาจาก Portfolio, recommendation เรียงความภาษาอังกฤษ รางวัลที่ได้รับ และคะแนนภาษาอังกฤษ  รวมถึงกระบวนการสอบสัมภาษณ์แบบ Multiple mini interview (MMI)

 

4.เอกสารอื่นๆ  ที่ส่วนงานต้องการเพิ่มเติมนอกเหนือเอกสารประกอบการสมัคร

  • ต้องมี Portfolio รายละเอียดดังที่กำหนดในข้อ 1.4
  • เขียนเรียงความภาษาอังกฤษ (Personal essay) ในหัวข้อที่กำหนด (ความยาว 1,000 คำ หรือไม่เกิน 1 หน้า A4) ในวันสัมภาษณ์
  • สำเนาใบเกียรติบัตร หรือประกาศนียบัตร ที่ระบุชื่อผู้ได้รับรางวัล ลำดับที่ได้รับรางวัล และรายละเอียดรางวัล ในกรณีที่ไม่ได้รับเกียรติบัตร แต่ได้รับโล่ หรือ ถ้วยรางวัล หรือ รางวัลในรูปแบบอื่น ให้แนบรูปรางวัลที่เห็นเป็นลำดับที่ได้และรายละเอียดอย่างชัดเจน

รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน (Admission 1)  (จำนวนรับ 83 คน)

 

การรับตรงร่วมกันสำหรับนักเรียนในโครงการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) โครงการอื่นๆ และนักเรียนทั่วไป ให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยกลางรับสมัครและการคัดเลือกโดยนักเรียนสามารถเลือกได้ 6 สาขาวิชาแบบเรียงลำดับ และแต่ละสถาบันอุดมศึกษากำหนดเกณฑ์การรับที่เป็นอิสระของตนเอง  ผู้สมัครจะต้องจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้

 

1.คุณสมบัติเฉพาะ  

1.1  มีคะแนนสอบวิชาสามัญ  ดังนี้

(1)  วิทยาศาสตร์ (คิดคะแนนรวมของฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา) ≥ 30%

(2)  คณิตศาสตร์ 1 ≥ 30%

(3)  ภาษาอังกฤษ์ ≥ 30%

(4)  ภาษาไทย ≥ 30%

(5)  สังคมศึกษา ≥ 30%

  1.2  ผลการสอบ (O-NET) 5 วิชา ดังนี้

สำหรับผู้สมัครที่จะสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2562 รวมถึงผู้สมัครที่จะสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 จะต้องสอบ O-NET ปีการศึกษา 2562 และคะแนนรวมต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 จาก 5 วิชา ซึ่งได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

 

1.3  การสอบวิชาเฉพาะ

(1)  การทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ ได้แก่ ความสามารถในการจับใจความ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เชื่อมโยง ความเป็นเหตุเป็นผล และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

(2)  การประเมินแนวคิดทางจริยธรรม

 

1.4  คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต

โดยเป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต  ให้เหมาะสม โดยยึดหลักการสำคัญ 3 ข้อ คือ (1) ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย (2) ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษาทันตแพทย์เอง และ (3) เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

องค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เห็นควรกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้

  1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติงานในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้ หลังจากจบการศึกษาแล้ว โดยต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิดกับรัฐบาล ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาล และมหาวิทยาลัย
  2. ไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันอื่นๆ ของรัฐ เว้นแต่ได้ลาออกก่อนที่จะไปสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต
  3. ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ โดยต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังต่อไปนี้

3.1  มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) ชนิด antisocial personality disorders หรือ borderline personality disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.2  เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพ   ทันตกรรม

3.3  เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเองต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.3.1  โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่าง น้อย 3 ปี โดย มีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)

3.3.2  โรคติดสารเสพติดให้โทษ

3.4  มีความพิการทางร่างกายหรือข้อบกพร่องอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เช่น ตาบอด เป็นใบ้ หรือหูหนวกทั้งสองข้าง ความผิดปกติของการใช้มือในการทำหัตถการ จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการทำงาน หรือภาวะพิการอื่นใด ซึ่งมิได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ ที่คณะกรรมการสอบคัดเลือกเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

3.5  มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 – 2,000 เฮิรตซ์สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.6  มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้ว แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.7  มีภาวะตาบอดสีระดับรุนแรง หรือ ภาวะตาพร่องสีระดับรุนแรง โดยมีผลการตรวจ FRANSWORTH D 15 hue test มีเส้นตัดขวางมากกว่าหรือเท่ากับ 10 เส้น (ตามแนวทางการตรวจตาบอดสีของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.8  โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ทั้งนี้สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคในข้อ 2 ให้แต่ละคณะ/วิทยาลัย พิจารณาตัดสิน ซึ่งผลการพิจารณาของ คณะ/วิทยาลัย ถือเป็นที่สิ้นสุด

ทุนการศึกษา

      ทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบหลักสูตร
  • ทุนการศึกษาจากมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล จากกองทุนศาสตราจารย์อิศระ–ทพญ.ขนบพันธุ์ ยุกตะนันทน์
  • ทุนการศึกษาจากกองทุนมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล
  • ทุนการศึกษาโดยการจัดสรรเงินทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา
  • ทุนศึกษาโดยการจัดสรรเงินทุนการศึกษาจากเงินรายได้ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ทุนการศึกษาจากมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
  • ทุนการศึกษา บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด
  • ทุนมูลนิธิชวน รัตนรักษ์

 

ทุนการศึกษาเฉพาะรายปี

  • ทุนกองทุนมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล
  • มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • ทุนจากกองทุนอาจารย์อมรา ม่วงมิ่งสุข
  • ทุนจากกองทุนวัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว
  • ทุนจากกองทุน ดร.แพน สุ่นสวัสดิ์

 

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

  • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

https://op.mahidol.ac.th/sa/studentloan

  • กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.)

https://op.mahidol.ac.th/sa/studentloan-1