อ.ทพ.ธีรณัฐ ชัยยะสมุทร

ภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล

ฟันเกิน

 

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ามนุษย์ทั่วไปจะมีฟันน้ำนม จำนวน 20 ซี่ และ ฟันแท้ 32 ซี่ แต่หากมีจำนวนฟันมากเกินกว่านั้นจะเรียกว่า “ฟันเกิน” โดยที่ฟันเกินนั้นสามารถเกิดขึ้นเพียงซี่เดียวหรือหลายซี่, ตำแหน่งเดียวหรือหลายตำแหน่งในขากรรไกรก็ได้ โดยจากสถิติแล้วสามารถพบฟันเกินในขากรรไกรบนได้มากกว่าขากรรไกรล่าง ร่วมกับมีอุบัติการณ์การเกิดฟันเกินในเพศชายมากกว่าหญิงประมาณ 2:1 พบในช่วงฟันน้ำนมประมาณ 0.3-0.8% และช่วงฟันแท้ประมาณ 1.5-3.5%1

 

สาเหตุการเกิดฟันเกินปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีหลายทฤษฎีที่ได้ถูกกล่าวถึงอย่างเช่น อาจเกิดจากแบ่งตัวที่มากเกินไปของแถบบุผิวต้นกำเนิดฟัน (dental lamina) หรือแม้แต่การแบ่งตัวของหน่อฟันที่ผิดปกติ (Tooth germ dichotomy) แต่อย่างไรก็ตามในการศึกษาของ Rao และ Chidzonga เชื่อว่าสาเหตุของการเกิดฟันเกินนั้นเกิดจากหลายปัจจัยทั้งสภาวะแวดล้อมและพันธุกรรม2ร่วมกัน

 

ฟันเกินส่วนมากมักจะพบร่วมกับความผิดปกติอื่นๆ อย่างปากแหว่งเพดานโหว่หรือพบในกลุ่มอาการของโรคหลายชนิด เช่น Gardner syndrome, Down syndrome, Cleidocranial dysplasia เป็นต้น อย่างไรก็ดีการพบความผิดปกติเฉพาะฟันเกินอย่างเดียวนั้นพบได้น้อย

 

วิธีการตรวจภายในช่องปากและภาพถ่ายรังสีมีความจำเป็นในการวินิจฉัยและระบุตำแหน่งของฟันเกิน โดยในปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์มีการพัฒนาไปอย่างมาก สามารถใช้ภาพถ่ายรังสีคอมพิวเตอร์ สร้างเป็นภาพ 3 มิติ ทำให้สามารถระบุตำแหน่งของฟันเกินได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

 

ฟันเกินอาจจะไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย และตรวจพบได้โดยบังเอิญจากภาพถ่ายรังสีขณะผู้ป่วยมารับการตรวจสุขภาพฟัน แต่กระนั้นแล้วฟันเกินอาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้มากมาย เช่น ฟันเกินงอกขึ้นมาในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม, รบกวนการงอกของฟันซี่อื่นๆ ส่งผลให้ฟันซ้อนเก หรือช่องห่าง, เกิดเป็นฟันเกินคุดเนื่องจากอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถงอกขึ้นมาในช่องปากได้ อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดเป็นถุงน้ำและเนื้องอกได้อีกด้วย3,4 ทำให้ทันตแพทย์ส่วนมากจึงแนะนำให้ทำการรักษาโดยการผ่าตัดนำฟันเกินออกเมื่อรากฟันข้างเคียงเจริญสมบูรณ์แล้วเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำภยันตรายให้รากฟันข้างเคียงซึ่งส่งผลให้เกิดการเจริญของรากฟันผิดปกติ ส่วนทางเลือกในการรักษานั้น ทันตแพทย์อาจจะพิจารณานำฟันเกินขึ้นมาในช่องปากแทนที่ฟันธรรมชาติในบางกรณี ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือในการรักษาจากทั้งศัลยแพทย์ช่องปากและทันตแพทย์จัดฟันร่วมกัน

1. Garvey MT, Barry HJ, Blake M. Supernumerary teeth–an overview of classification, diagnosis and management. J Can Dent Assoc. 1999;65:612-6.
2. Rao PV, Chidzonga MM. Supernumerary teeth:literature review. Cent Afr J Med. 2001;47:22-26.
3. Bayrak S, Dalci K, Sari S. Case report: Evaluation of supernumerary teeth with computerized tomography. Oral Surg Oral Med Oral Pathol Oral Radiol Endod. 2005;100:e65-9.
4. De Oliveira Gomes C, Drummond SN, Jham BC, Abdo EN, Mesquita RA. A survey of 460 supernumerary teeth in Brazilian children and adolescents. Int J Paediatr Dent. 2008;18:98-106.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

clear formPost comment