ผ่าตัดตกแต่งสันเหงือกเพื่อการใส่ฟัน

 

ปัจจุบันร้อยละ 30 ของผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปี พบว่ามีสันเหงือกไร้ฟันและควรได้รับการรักษาด้วยการใส่ฟันเทียมทั้งปาก และเนื่องด้วยการละลายของกระดูกหลังจากการถอนฟันแต่ละซี่อาจไม่เท่ากัน จึงนำมาสู่การที่มีสันเหงือกที่ไม่เหมาะสมต่อการใส่ฟัน

การผ่าตัดตกแต่งสันเหงือกเพื่อใส่ฟัน คือ การผ่าตัดเตรียมสันเหงือกให้ดีและมีความพร้อมในการรองรับฟันเทียม ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเพราะลดการเกิดการระคายเคืองเนื้อเยื่อในช่องปากจากการที่มีเนื้อเยื่อรองรับฟันเทียมที่ไม่เหมาะสม

ลักษณะของสันเหงือกที่เปลี่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น

สันเหงือกจะเกิดจากการละลายตัวลงไปจากระดับปกติ โดยที่ขากรรไกรล่างจะมีการละลายมากกว่าขากรรไกรบน โดยอัตราการละลายของกระดูกในผู้ป่วยแต่ละรายจะไม่เท่ากัน

ปัจจัยที่เกี่ยวกับการละลายตัวของสันเหงือก แบ่งออกเป็น

  1. ปัจจัยทางกาย เช่น โรคกระดูกพรุน ภาวะขาดสารอาหาร เป็นต้น
  2. ปัจจัยเฉพาะที่ เช่น การใช้งานของฟันในช่องปาก ลักษณะการบดเคี้ยว การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อจากการตอบสนองต่อฟันเทียมชุดเก่าที่ไม่พอดี

 

วัตถุประสงค์ของการผ่าตัดตกแต่งสันเหงือกเพื่อใส่ฟัน

  1. กำจัดหรือลดปุ่มกระดูกที่งอกเกินหรือตำแหน่งกระดูกที่มีความแหลมคม
  2. สร้างความกว้างและความสูงของกระดูกที่เหมาะสมต่อการใส่ฟัน
  3. สร้างเนื้อเยื่อเหงือกที่มีความแข็งแรงเพียงพอในการรองรับแรงจากการใช้งานฟันเทียม
  4. กำจัดหรือลดส่วนคอดของกระดูกที่ขัดขวางการถอดใส่ฟันเทียม
  5. สร้างความลึกร่องเหงือกที่เหมาะสมต่อการใส่ฟันเทียม
  6. กำจัดเนื้อเยื่ออ่อนที่ขัดขวางการใส่ฟันเทียม

 

ขั้นตอนการรักษา

  1. ซักประวัติ และตรวจร่างกายทั่วไปของผู้ป่วย โรคประจำตัวที่อาจส่งเสริมการละลายของกระดูก โดยผู้ป่วยทุกรายควรได้รับการตรวจและการส่งต่อจากทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาทันตกรรมประดิษฐ์ว่ามีความจำเป็นจะต้องมีการผ่าตัดเตรียมสันเหงือกเพื่อการใส่ฟัน
  2. การตรวจภายในช่องปากเพื่อประเมินตำแหน่งที่จะต้องผ่าตัด อาจจะต้องมีการพิมพ์ปากเพื่อเตรียมเครื่องมือที่จะต้องใส่หลังจากผ่าตัดในบางราย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา เช่น การผ่าตัดปุ่มกระดูกที่มีขนาดใหญ่ การผ่าตัดร่นร่องเหงือก เป็นต้น
  3. การถ่ายภาพรังสี โดยมากจะเป็นภาพรังสีพานอรามิกเพื่อประเมินความสูง และพยาธิสภาพที่อาจมีในขากรรไกรก่อนการผ่าตัด

 

 

ประเภทของการผ่าตัดเพื่อเตรียมสันเหงือก

มีการผ่าตัดหลายชนิดเพื่อเตรียมเนื้อเยื่อให้เหมาะสมต่อการใส่ฟันเทียม ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดที่เหงือกหรือกระดูก โดยจะยกตัวอย่างการผ่าตัดที่ทำบ่อยในปัจจุบัน

 

 

  • การตกแต่งกระดูกสันเหงือก (Alveoloplasty)

เป็นการกำจัดกระดูกที่มีความขรุขระ แหลมคม ซึ่งขัดขวางการใส่ฟันเทียม ทำให้การถอดใส่ฟันเทียมทำได้ยาก หรือมีการกระจายแรงบดเคี้ยวไปอย่างไม่เหมาะสม ทำให้เกิดอาการเจ็บจากการใส่ฟันเทียมได้ โดย ทันตแพทย์จะทำการผ่าตัดภายใต้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อเปิดเหงือกและกำจัดกระดูกส่วนเกินออกและเย็บแผล

  • การกำจัดปุ่มกระดูก (Torectomy)

ปุ่มกระดูกขนาดใหญ่มักพบที่เพดานปากและด้านลิ้นของขากรรไกรล่าง เป็นลักษณะที่ผันแปรไปจากปกติ (normal variation) โดยข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดออก เช่น เกิดจากขัดขวางการใส่ถอดฟันเทียม หรือปุ่มกระดูกมีขนาดใหญ่มากจนทำให้เกิดความรำคาญ ทำให้เกิดแผลบ่อยจากการกระแทก รวมถึงขัดขวางการพูด การกลืน  เป็นต้น

โดยทั่วไปสามารถทำได้ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ แต่หากปุ่มกระดูกมีขนาดใหญ่มากอาจจะต้องพิจารณาผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์

หลังผ่าตัดโดยเฉพาะปุ่มกระดูกบริเวณเพดานปากที่มีขนาดใหญ่ ทันตแพทย์อาจพิจารณาใส่เครื่องมือปิดแผลไว้ เพื่อช่วยลดการไหลของเลือดรวมถึงการบวมหลังจากผ่าตัด

 

 

  • การผ่าตัดเนื้อเยื่ออ่อนที่งอกเกิน

เนื้อเยื่องอกเกินภายในช่องปาก อาจมีสาเหตุมาจากหลายอย่าง เช่น การที่ใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดี และหากร่วมกับการดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดี อาจพบการติดเชื้อราร่วมด้วยได้

ถ้าหากว่าติ่งเนื้อมีขนาดเล็ก อาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่จะต้องกำจัดสาเหตุออก เช่น กรอแต่งฟันเทียมตำแหน่งที่มีการกดเกิน หรือมีขอบที่เหลมคม แต่หากเนื้อเยื่อมีขนาดใหญ่จะต้องผ่าตัดออกซึ่งโดยมากมักทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่

เนื้อเยื่องอกเกินบางชนิดอาจมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อราในช่องปาก การรักษาจะต้องมีการใช้ยาฆ่าเชื้อร่วมกับการทำความสะอาดฟันเทียมอย่างเหมาะสมภายใตการแนะนำและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดกับทันตแพทย์

  • การผ่าตัดเนื้อยึดในช่องปาก (Frenectomy)

เนื้อยึดในช่องปาก (frenum) คือ แถบเนื้อเยื่อที่ยึดจากร่องปากมายังสันเหงือก โดยทั่วไปมักไม่ต้องผ่าตัดออก แต่หากขัดขวางการใส่ฟันเทียม หรือทำให้ทำความสะอาดฟันบริเวณนั้นได้ยากจะต้องกำจัดออก โดยใช้การผ่าตัดภายใต้ยาชาเฉพาะที่

 

  • การผ่าตัดร่นร่องเหงือก (Vestibuloplasty)

ในกรณีที่ร่องเหงือกมีความตื้นทำให้ฟันปลอมหลวม จะต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อเพิ่มความลึกของร่องเหงือก และอาจร่วมกับการเสริมกระดูกในรายที่มีความสูงของสันเหงือกไม่เพียงพอ โดยการผ่าตัดอาจจะต้องมีการใช้เนื้อเยื่อจากบริเวณอื่นมาช่วยในการคงตำแหน่ง เช่น เนื้อเยื่อจากเพดานปาก เป็นต้น หลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องใส่เครื่องมือเพื่อคงตำแหน่งของเหงือกอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

 

การดูแลแผลหลังผ่าตัดตกแต่งสันเหงือกเพื่อการใส่ฟัน

  1. กัดผ้าก๊อซที่บริเวณแผลประมาณ 1-2 ชั่วโมง และไม่บ้วนเลือดหรือน้ำลายหลังการผ่าตัดเพื่อช่วยในการหยุดเลือดที่ไหลจากแผล เมื่อเวลาผ่านไปให้นำผ้าก๊อซออกและตรวจดูแผลหากยังมีเลือดซึมมาก ให้กัดผ้าก๊อซผืนใหม่ต่อ
  2. รับประทานยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อตามทันตแพทย์สั่ง โดยยาฆ่าเชื้อต้องรับประทานจนหมดเพื่อลดการเกิดการดื้อยา
  3. รับประทานอาหารอ่อน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อลดอาการปวดแผลและการระคายเคือง
  4. การทำความสะอาด สามารถใช้ผ้าก๊อซชุบนำเกลือเช็ดเบาๆที่แผล เพื่อกำจัดคราบอาหารทิ่ติดตามแผล
  5. ไม่ควรดูดแผลหรือนำวัสดุใดๆ เขี่ยแผลเล่น เพราะอาจจะทำให้เกิดการอักเสบของแผลมากขึ้น อาจมีเลือดออกซ้ำ หรือเกิดการติดเชื้อได้
  6. มาตัดไหมหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
  7. ในกรณีที่มีการใส่เครื่องมือชนิดถอดได้ในปาก สามารถนำออกมาทำความสะอาดโดยการทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่และใส่กลับไปในช่องปากหลังจากทำความสะอาดเสร็จ
  8. ปฏิบัติตามคำแนะนำอื่นๆ ตามที่ทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาแนะนำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

clear formPost comment